2007/Oct/20

ไปเที่ยวดอยอินทนนท์มาครับ
--------------------------------------------------------

หายไป 2 อาทิตย์ครับ
ไปทำอะไรมาตั้งเยอะแยะ

อาทิตย์ก่อนแบกเป้ไปเที่ยวดอยอินทนนท์
กับพวกชมรมถ่ายภาพมา
ตอนแรกว่าจะไปมอนจ่อง
แต่ว่าฝนตกตลอดเลยล่ะครับ
น่ากลัวจะไปไม่ถึงดอย 555

ดอยอินทนนท์นี่ ผมไปค่อนข้างจะบ่อยเลย
น้าเล็กผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์
พอได้มาประจำที่ดอยอินทนนท์
เลยหาซื้อที่แถวจอมทองให้พ่อแม่มาปลูกต้นไม้
เวลามาบ้าน ก็แวบขึ้นไปเที่ยวเล่น

ไปคราวนี้เลยได้เพิ่งใบบุญน้าเล็ก
เกาะรถน้าขึ้นไป เพราะพี่เต่าของผมคงไปไม่ถึง
ยืมเต้นท์ อยากนอนเต้นท์กันครับ ไม่ยอมนอนบ้านพัก
แล้วสิ่งที่แย่ที่สุด ก็คือ ฝนตกแทบตลอด
เข้าใจว่าพายุเข้า ไม่รู้ความคิดใคร ชวนขึ้นดอย
สุดท้าย ก็ไม่ได้นอนเต้นท์ครับ  เปียกกันทั่วหน้า
สุดท้ายก็ย้ายไปบ้านพักน้า
นั่งกินเหล้า ร้องเพลงกันทั้งคืน
เช้ามาก็กลับลงมาที่บ้านผม
เลยแยกกัน ใครอยากกลับบ้านก็กลับ
ผมก็เพื่อนอีก 3-4 คน พากันขึ้นดอยไปใหม่
คราวนี้เตรียมเสบียงไปเพียบ
อาศัยช่วงฝนหยุด แดดออก ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ
ก็ได้ภาพสวยๆๆเยอะครับ แต่มันเป็นฟิลม์สไลด์
เพื่อนที่ถ่ายกล้องดิจิตอล ผมก็ไม่ได้เซฟรูปไว้ด้วย
รูปที่เอามาให้ดูนี่ ใช้มือถือถ่ายละครับ


ผมชอบรูปนี้ล่ะ มันดูดีอ่ะ ถ้าไม่มี รถยนต์ กะ มอไซค์ นั้น ก็คงจะดี
------------------------------------------

ผมชอบเล่นเครื่องฉายสไลด์ล่ะครับ
เรียนไปเมื่อกลางเทอมที่แล้ว ถูกใจมากก
พักหลังเลยใช้แต่ฟิลม์สไลด์
นี่ก็กะจะซื้อเครื่องฉายมาไว้ใช้สักเครื่องเหมื่อนกัน
กลับลงจากดอยมาตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว
ยังไม่ได้เอาฟิลม์ไปล้างเลยครับ มันมีเหตุ
จำได้ว่า ห้องคอมมีเครื่องแสกนฟิลม์สไลด์
ยังไงจะแสกนรูปสวยๆๆ มาให้ดูใหม่ละกันครับ

------------------------------

อาทิตย์ที่แล้ว พวกพี่สาธารณสุขที่รู้จักกัน
ลากไปช่วยทำป้าย งานวันทันตสาธารณสุข
ไม่แน่ใจว่าให้ไปช่วย รึไปทำให้กันแน่
ป้ายเกือบ 20 ป้าย  แทบทำคนเดียวทั้งหมด
พี่ๆๆ นั่งกินเหล้าเป็นกำลังใจให้
ทั้งอาทิตย์เลยได้แต่ จมอยู่กะกลิ่นสีและทีแปรง
ล่อแอลกอฮอล์แทนน้ำ ไม่รู้เลยครับ เขียนป้ายเสร็จได้ไง

-------------------------------

กลับมาหอเมื่อวานครับ กลับมาก็หลับๆๆ
ลุกมาอัพเฉยๆๆครับ แล้วจะไปนอนต่อละครับ

edit @ 20 Oct 2007 13:39:06 by นายเรวิน!!!

2007/Oct/07

ไม่อยากบอกว่า "เพิ่งตื่น" ครับ
หลังจากอดนอนมาราธอนติดต่อเกือบอาทิตย์
อาทิตย์สุดโหดของเทอม

หนึ่งอาทิตย์ กับการนั่งเครียดอยู่ในห้องสโลบ
ฟังการพรีเซนต์งานของคนอื่นๆ
นั่งใจเต้น ตุ่มๆ ต่อมๆ เมื่อไหร่จะถึงคราวกุวะ
ตกเย็นเอาข้อเสียของคนอื่นมานั่งปรับปรุงงานตัวเอง

แผนกที่ผมเรียน ทุกชั้นปี จะมีวิชา "พื้นฐาน"
เรียน 4 ชม. ไม่มีการสอนอะไรทั้งนั้น
แต่จะเอาไปทำอะไรก็ได้ หาข้อมูล ปรึกษาอาจาน เตรียมการ
เพื่องานชิ้นหนึ่ง ที่อาจานบอกให้คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นชั่วโมง
คือให้เรา หาอะไรมาสักอย่างหนึ่ง
จะสร้างขึ้นมาเอง รึเอาของชาวบ้านมาก็ได้
แล้วใช้ความรู้ทุกวิชาที่เรียนมาทั้งเทอม
นำเสนอมัน จะเป็นโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ยังไงก็ได้

ถ้าจะสร้างมาเอง อย่างสร้างขนมมา 1 กล่อง
ก็ต้องคิดตั้งแต่ แพ๊คเกต ห่อมัน ซองมัน กล่องมัน
จะโฆษณายังไง จะทำใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์
ลงเวปไซค์ โฆษณาทีวี วิทยุ ฯลฯ
ที่ทำแล้ว ไอ่ขนมของเราจะขายออก

รึจะเอาร้านนั้น ร้านนี่มาโฆษณาให้เขา
การรณรงค์ต่างๆ เมาไม่ขับ ต่อต้านยาเสพติด ฯลฯ

ตรงนี้แหละ ที่พวกรุ่นพี่มันใช้กันในการหาทุน
ไปหาร้านมาร้านหนึ่ง สร้างโฆษณาให้เขาในราคาถูก
ส่วนมาก็แค่ แผ่นพับ ใบปลิว โปสเตอร์ เวปไซค์ อะไรประมาณนั้น

พวกผมๆๆ ส่วนใหญ่ ก็นั่งพับซอง พับกล่องกันทั้งนั้น
อย่างโฆษณาทีวี พี่ๆ เขาก็ไม่ค่อยทำกัน
เข้าใจเลยครับว่าทำไม ถึงไม่ค่อยมีใครทำ
เราต้องคิดบท ทำสตอรี่บอร์ด หาตัวแสดง
ถ่ายทำ ตัดต่อ ฯลฯ เองทั้งหมดเลยครับ
แล้วข้อติมันมีเยอะด้วย พอมาทำถึงได้รู้

มาถึงงานของผมมั่ง แม่ผมขายต้นไม้ครับ
ผมเลยเอาร้านแม่มาโฆษณา ไม่อยากนั่งพับกล่อง
ก็ถ่ายวีดีโอมั่วๆๆ ไปครับ
เอาพ่อ เอาแม่ มานั่ง มาถือต้นไม้ พูดอะไรนิดหน่อย
ใช้กล้องดิจิตอล เพราะขี้เกียจไปต่อคิวใช้กล้องวีดีโอ
ตัดต่อเองมั่วๆๆ ในคอม ไร้เอฟเฟคอะไรเลย คิวห้องตัดต่อมันยาว
เสร็จแล้วก็เอามานั่งเขียนบท กะ วาดสตอรี่บอร์ด
ไม่ดีเลยใช่ไหมละ ที่จิงต้องเขีบนบท วาดสตอรี่บอร์ดออกมาแล้วค่อยไปถ่าย
พยามแล้ว แต่คิดไม่ออกครับ เดินวนไปวนมาในร้านตั้งนาน
แล้วก็มี
เวปไซค์ กะ ป้ายตั้งโชว์หน้าร้านครับ

แล้วก็มาถึงอาทิตย์แห่งการพรีเซนต์
ก็จับฉลากกันครับ ปีไหนได้เริ่มก่อน
งานชิ้นนี้ ทุกปีเหมือนกันหมดครับ ปี 1 - ปี 4 ได้ทำเหมือนกัน
อยู่ที่ เทคนิค และ ความรู้ของแต่ละคนละครับ
ถ้าใครที่งานออกมาแนวคล้ายๆ กัน ก็จะโดนเปรียบเทียบ
ผลการจับสลากก็ได้ ปี 2 - 4- 3 -1
เริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้า อาจานทั้งแผนกก็จะมานั่งเรียงแถวหน้า
คนอื่นๆๆ ในแผนก ก็นั่งถัดๆๆไป
หัวหน้าปีก็จะจับเลขที่ ผู้โชคดีออกมาที่ละคนๆ
แต่ละคนมีเวลา 30 นาที
เตรียมของ จัดวาง นำเสนอ เปิดซีดี เปิดคอม พูดๆๆ 20 นาที
อีก 10 นาที คือการตอบคำถาม ตรงนี้แหละครับ จุดที่น่ากลัว
มันจะมีคนบางพวก ที่คอยหาจุดติ จุดบกพร่องของงาน
ยิงคำถาม ถ้าเราตอบไม่ได้อ่ะ เน่าเลย
ถ้าใครโดน ก็จะเก็บไว้ไปเอาคืน ตอนไอ่คนถามมันพรีเซนต์

ทั้งแผนก มี 100 กว่า คน ครับ
เริ่ม 8 โมงเช้า เลิกก็2 ทุ่ม 3 ทุ่ม
ผมกลับมาบ้าน ก็นั่งหาจุดบกพร่องให้ตัวเอง
คิดคำพูด จะพูดอะไร ยังไง เจอคำถามแบบนี้ จะตอบไง
คิดไปมากมาย สรุปว่า คิดมากไปครับ เลยนอนไม่ค่อยหลับ

ผมได้พรีเซนต์วันสุดท้าย ตอนบ่ายแล้วด้วย
ไม่มีอะไรเลยครับ ผ่านไปได้ด้วยดี
ไม่มีไอ่คำถามที่กลัวๆๆไว้ คงเพราะมันเหนื่อยกันไปหมด
ช่วงหลังๆๆ ของปี 1 เลยไม่ค่อยมีใครถามอะไรมาก

ประเมินตัวเอง ผมว่า ผมทำดีที่สุดแล้ว
ภาวนาเกรดออกมา อย่าต่ำกว่า B เลย
เพราะ รู้ตัวว่า วิชาสามัญ คงมีแต่ C กะ D
ผมมีความหวัง A กะ วิชาถ่ายภาพตัวเดียว
อย่างอื่นไม่ได้คิดเลยแหละครับ

บ่นมาเยอะเลย
เก็บไว้เป็นบทเรียนครับ
เทอมหน้ารู้เลยว่าต้องทำยังไง
ไปนอนต่อดีกว่าครับ

2007/Oct/04

เธอคงจะเคย มีบางวัน ที่คิดถึงฝันในใจ
สิบร้อยพันล้านจุดหมายที่อยากทำ
ใจยังกลัวๆ มัวรอ มัวคิด จนเลยเวลา
ปล่อยให้มัน ผ่านพ้นไป

รู้ๆ ว่าฝันมันไม่หยุดรอ
เวลาไม่เคยหยุดหมุนให้กับใครๆ
รีๆรอๆ ยังไม่กล้า ฟัน ฝ่าไป
มองกลับมาเมื่อสายไป จะเสียดาย ไม่ทันแล้ว

อย่ามันแต่รอจนพรุ่งนี้
เมื่อใจเรายังมีไฟร้อนอยู่ข้างใน
เปลี่ยนมันเป็นพลัง ทำฝันให้สุดใจ
ไม่หวั่นเท่าไหร่เท่ากัน
อย่ามัวแต่กลัววันพรุ่งนี้
จะดีหรืออาจจะผิดหวังก็ช่างมัน
อย่างน้อยได้ลองทำตามฝันที่อยากทำ
อย่าช้ามาลุยด้วยกัน พร้อมกันเลยดีกว่า

ใจเธอมีใคร ใครบางคน ที่คิดถึงเขามานาน
แต่เขาคนนั้นไม่รู้ ไม่เอะใจ
ลุยๆไปเลย มัวอาย มัวช้า มัวรออะไร
หากรักใคร บอกเขาเลย

อย่ามัวช้า ...

----------------------------------------------

เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า....

"น้ำขึ้นให้รีบตัก อย่าหวังน้ำบ่อหน้าเลย"

เกี่ยวกันไหมนี่

อ่านแล้วรู้สึกดีครับ ชอบๆๆ ความหมายดี

"ฝันไม่มีทางวิ่งมาหาเรา ถ้าเราไม่วิ่งไปหามันเอง"

-------------------------------------------------


edit @ 2007/10/06 09:49:36