2007/Oct/07

ไม่อยากบอกว่า "เพิ่งตื่น" ครับ
หลังจากอดนอนมาราธอนติดต่อเกือบอาทิตย์
อาทิตย์สุดโหดของเทอม

หนึ่งอาทิตย์ กับการนั่งเครียดอยู่ในห้องสโลบ
ฟังการพรีเซนต์งานของคนอื่นๆ
นั่งใจเต้น ตุ่มๆ ต่อมๆ เมื่อไหร่จะถึงคราวกุวะ
ตกเย็นเอาข้อเสียของคนอื่นมานั่งปรับปรุงงานตัวเอง

แผนกที่ผมเรียน ทุกชั้นปี จะมีวิชา "พื้นฐาน"
เรียน 4 ชม. ไม่มีการสอนอะไรทั้งนั้น
แต่จะเอาไปทำอะไรก็ได้ หาข้อมูล ปรึกษาอาจาน เตรียมการ
เพื่องานชิ้นหนึ่ง ที่อาจานบอกให้คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นชั่วโมง
คือให้เรา หาอะไรมาสักอย่างหนึ่ง
จะสร้างขึ้นมาเอง รึเอาของชาวบ้านมาก็ได้
แล้วใช้ความรู้ทุกวิชาที่เรียนมาทั้งเทอม
นำเสนอมัน จะเป็นโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ยังไงก็ได้

ถ้าจะสร้างมาเอง อย่างสร้างขนมมา 1 กล่อง
ก็ต้องคิดตั้งแต่ แพ๊คเกต ห่อมัน ซองมัน กล่องมัน
จะโฆษณายังไง จะทำใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์
ลงเวปไซค์ โฆษณาทีวี วิทยุ ฯลฯ
ที่ทำแล้ว ไอ่ขนมของเราจะขายออก

รึจะเอาร้านนั้น ร้านนี่มาโฆษณาให้เขา
การรณรงค์ต่างๆ เมาไม่ขับ ต่อต้านยาเสพติด ฯลฯ

ตรงนี้แหละ ที่พวกรุ่นพี่มันใช้กันในการหาทุน
ไปหาร้านมาร้านหนึ่ง สร้างโฆษณาให้เขาในราคาถูก
ส่วนมาก็แค่ แผ่นพับ ใบปลิว โปสเตอร์ เวปไซค์ อะไรประมาณนั้น

พวกผมๆๆ ส่วนใหญ่ ก็นั่งพับซอง พับกล่องกันทั้งนั้น
อย่างโฆษณาทีวี พี่ๆ เขาก็ไม่ค่อยทำกัน
เข้าใจเลยครับว่าทำไม ถึงไม่ค่อยมีใครทำ
เราต้องคิดบท ทำสตอรี่บอร์ด หาตัวแสดง
ถ่ายทำ ตัดต่อ ฯลฯ เองทั้งหมดเลยครับ
แล้วข้อติมันมีเยอะด้วย พอมาทำถึงได้รู้

มาถึงงานของผมมั่ง แม่ผมขายต้นไม้ครับ
ผมเลยเอาร้านแม่มาโฆษณา ไม่อยากนั่งพับกล่อง
ก็ถ่ายวีดีโอมั่วๆๆ ไปครับ
เอาพ่อ เอาแม่ มานั่ง มาถือต้นไม้ พูดอะไรนิดหน่อย
ใช้กล้องดิจิตอล เพราะขี้เกียจไปต่อคิวใช้กล้องวีดีโอ
ตัดต่อเองมั่วๆๆ ในคอม ไร้เอฟเฟคอะไรเลย คิวห้องตัดต่อมันยาว
เสร็จแล้วก็เอามานั่งเขียนบท กะ วาดสตอรี่บอร์ด
ไม่ดีเลยใช่ไหมละ ที่จิงต้องเขีบนบท วาดสตอรี่บอร์ดออกมาแล้วค่อยไปถ่าย
พยามแล้ว แต่คิดไม่ออกครับ เดินวนไปวนมาในร้านตั้งนาน
แล้วก็มี
เวปไซค์ กะ ป้ายตั้งโชว์หน้าร้านครับ

แล้วก็มาถึงอาทิตย์แห่งการพรีเซนต์
ก็จับฉลากกันครับ ปีไหนได้เริ่มก่อน
งานชิ้นนี้ ทุกปีเหมือนกันหมดครับ ปี 1 - ปี 4 ได้ทำเหมือนกัน
อยู่ที่ เทคนิค และ ความรู้ของแต่ละคนละครับ
ถ้าใครที่งานออกมาแนวคล้ายๆ กัน ก็จะโดนเปรียบเทียบ
ผลการจับสลากก็ได้ ปี 2 - 4- 3 -1
เริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้า อาจานทั้งแผนกก็จะมานั่งเรียงแถวหน้า
คนอื่นๆๆ ในแผนก ก็นั่งถัดๆๆไป
หัวหน้าปีก็จะจับเลขที่ ผู้โชคดีออกมาที่ละคนๆ
แต่ละคนมีเวลา 30 นาที
เตรียมของ จัดวาง นำเสนอ เปิดซีดี เปิดคอม พูดๆๆ 20 นาที
อีก 10 นาที คือการตอบคำถาม ตรงนี้แหละครับ จุดที่น่ากลัว
มันจะมีคนบางพวก ที่คอยหาจุดติ จุดบกพร่องของงาน
ยิงคำถาม ถ้าเราตอบไม่ได้อ่ะ เน่าเลย
ถ้าใครโดน ก็จะเก็บไว้ไปเอาคืน ตอนไอ่คนถามมันพรีเซนต์

ทั้งแผนก มี 100 กว่า คน ครับ
เริ่ม 8 โมงเช้า เลิกก็2 ทุ่ม 3 ทุ่ม
ผมกลับมาบ้าน ก็นั่งหาจุดบกพร่องให้ตัวเอง
คิดคำพูด จะพูดอะไร ยังไง เจอคำถามแบบนี้ จะตอบไง
คิดไปมากมาย สรุปว่า คิดมากไปครับ เลยนอนไม่ค่อยหลับ

ผมได้พรีเซนต์วันสุดท้าย ตอนบ่ายแล้วด้วย
ไม่มีอะไรเลยครับ ผ่านไปได้ด้วยดี
ไม่มีไอ่คำถามที่กลัวๆๆไว้ คงเพราะมันเหนื่อยกันไปหมด
ช่วงหลังๆๆ ของปี 1 เลยไม่ค่อยมีใครถามอะไรมาก

ประเมินตัวเอง ผมว่า ผมทำดีที่สุดแล้ว
ภาวนาเกรดออกมา อย่าต่ำกว่า B เลย
เพราะ รู้ตัวว่า วิชาสามัญ คงมีแต่ C กะ D
ผมมีความหวัง A กะ วิชาถ่ายภาพตัวเดียว
อย่างอื่นไม่ได้คิดเลยแหละครับ

บ่นมาเยอะเลย
เก็บไว้เป็นบทเรียนครับ
เทอมหน้ารู้เลยว่าต้องทำยังไง
ไปนอนต่อดีกว่าครับ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
มามะ มาเที่ยวเกาะกันเต๊อะ พักผ่อนหย่อนอารมณ์......
#2  by  so ทรุด so เซ At 2007-10-07 11:30, 
บ่นแล้วสบายใจก็บ่นไปค่ะ แหะๆๆ
#3  by  PerChiiz At 2007-10-07 11:30, 
ฟังดูน่าสนุกนะคะเรียนแบบนี้ แต่คนเรียนก็คงเหนื่อยหน่อย เพราะมีเรื่องเกรดเข้ามาเกี่ยวด้วย (อย่างมีนัยสำคัญ)
อยากจะบอกว่าตอนเรียนให้เรียนเต็มที่ มีอะไรให้ลองทำ จงลอง เพราะมันจะเป็นสมบัติติดตัวคุณไปเมื่อพ้นวัยเรียน คนที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานไม่ใช่คนที่เกรดสวยเสมอไป แต่คือคนที่ "ทำอะไรเป็น" และไม่กลัวที่จะลองสิ่งที่ไม่เคยทำค่ะ
#4  by  RogerWilco At 2007-10-07 14:11, 
น่าสนุกจัง...อ่านแล้วคิดถึงตอนเรียนแฮะ.. ประมาณนี้แหล่ะนะ.. แต่ทำเป็นทีม ก็ค่อนข้างหนักมากเหมือนกัน แต่ก็ผ่านไปอย่างงดงาม ถ้าผ่านไปได้จะแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย... แต่อยากฝากไว้สักอย่างในฐานะที่เรียนและสอนเกี่ยวกับทางด้านการสื่อสาร (การออกแบบก็เป็นการสื่อสารชนิดหนึ่ง..ใช่ป่ะ) "การคิดก่อนทำ" เป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ

การที่คุณเรวินถ่ายก่อนค่อยเขียนบทกับสตอรี่บอร์ดเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ครับ เพราะเราอาจจะติดนิสัยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้การทำงานในอนาคตมีปัญหาได้ การทำงานด้านนี้ยังไงซะต้องคิดให้แตกก่อนครับแล้วค่อยทำ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเกี่ยวพันโยงใยกันหมด ถ้าเราคิดไม่ได้ หรือไม่มีคอนเซ็ป ธีมที่ชัดเจนก่อนถึงจะเริ่มทำงานนะครับ

เข้าใจดีครับ แต่ยังไงก็ต้องปรับปรุงนะครับเดี๋ยวจะเดือดร้อนภายหลังนะ
#5  by  ปอนปอน At 2007-10-07 18:27, 
อ๋อ..ลืมไป..

เกรดไม่ได้สำคัญมากกว่าประสบการณ์นะครับ.... เกรดไม่ใช่เครื่องวัดความเก่งกาจของคนนะ แค่เป็นตัววัดเรื่องความรู้ความเข้าใจในเชิงวิชาการเท่านั้นเอง... ถ้าเราคิดว่าเราเรียนไปแล้วมีเหตุผลในการกระทำ และสิ่งที่กระทำสามารถตอบโจทย์ได้อย่างตรงเป้า จนประสบความสำเร็จ... นั่นแหล่ะคือเราแก่งจริง และประสบความสำเร็จในการเรียนแล้วหล่ะ
#6  by  ปอนปอน At 2007-10-07 18:29, 
ชอบสีจังค่ะ สีแดงแรงสุดๆๆๆ

ขอบคุณที่มาแวะชมบลอคของมินี ดีใจที่ได้เพื่อนใหม่

ปล. จริงๆ มินีไม่เก่งเลยนะค่ะ เพื่อนร่วมชั้นเรียนเก่งๆ กันทั้งนั้น มินีอยู่ระดับบ๊วยๆๆอ่ะ
#7  by  Flyaway by Minee At 2007-10-07 20:12, 
ชอบอยู่ที่สูง ๆ หรอค่ะ

เมื่อก่อนตอนที่เราเป็นผู้โดยสารก้อชอบเหมือนกัน เห็นทะเลจากที่สูง ๆ ดูสวยดี

แต่พอมาเป็นแอร์แล้วเสียว ๆ ยังงัยม่ายรู้ยิ่งเวลามี turbulance เนี้ยะม่ายต้องพูดถึงเลย
#8  by  GeNiE At 2007-10-07 20:19, 
และแล้วก็ผ่านไปด้วยดี
ดีใจด้วยครับ...

ที่บอกว่าถ่ายก่อนเขียนสตอรี่บอร์ดน่ะ
เห็นด้วยกบคุณปอน ว่าเป็นสิ่งที่ผิด
ตามหลักทฤษฏี แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันทำยากนะครับ

เหมือนผมเขียนโปรแกรม
ตอนเรียนก็จะต้องเขียน Flow chart ก่อน DFD ....
แต่ตอนทำงานจริงๆไม่มีใครเขียนกันหรอกครับ เน้นได้งาน ทันเวลา ไม่ได้เน้นความถูกหลักทฤษฏีครับ
#9  by  แพนด้าญี่ปุ่น At 2007-10-07 22:11, 
น้องเอ้ย...........วิชาเอกพี่ไม่เคยได้เกินCเลยน้อง หรูสุดC ต่ำสุดD เกือบไม่รอด
#10  by  หนูกระปุกตั้งฉ่าย At 2007-10-07 22:31, 
ในที่สุดผ่านเทอมอันสุดโหดมาก็ถึงเวลาพักผ่อนแล้วสินะครับ ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนนะ

แล้วก็ ขอให้ได้เกรดดีๆ นะครับ
เกรดของผมนี่ ประมาณ 90% คือ C น่ะครับ เรียนมาจนจะจบอยู่แล้ว ได้ B แค่ 3-4 ตัว A ตัวเดียว เกรดเฉลี่ยย่อบแย่บ
#11  by  CHAN At 2007-10-08 13:48, 
ฟังดูยากจังเลยนะค่ะเนี่ย
ปล ว๊าวววว ถ่ายรูปเก่งหรอเนี่ยดีจัง
#12  by   ♀♠ กระต่ายเต่า♠♀ At 2007-10-08 14:57, 
เวลาเรียนจะต่างกับเวลาทำงานจริงๆ
เราจะใช้ทฤษฏีเพียวๆไม่ได้หรอกครับ
เพียงแต่นำมา App เท่านั้นเอง
ไม่อยากให้เคร่งกับทฤษฏีมาก

ทำงานแล้วก็จะรู้เอง
ว่าที่เรียนมากับการทำงานจริงมันคนละขั้วกันเลย
#13  by  แพนด้าญี่ปุ่น At 2007-10-08 17:13, 
งานบางอย่างก็ต้องไปตามเสต็ปครับคุณแพนด้า..

โดยเฉพาะงานด้านการสื่อสารและการออกแบบ เพราะหากแนวคิด คอนเซ็ป หรือธีม ไม่ชัดเจนแล้วทำออกมาก็จะไม่ประสบความสำเร็จเลยครับ เพราะมันมีปัจจัยแทรกซ้อนมากครับ

หากแนวคิด คอนเซ็ป ธีม ชัดเจนแล้ววิธีการทำงานจะทำอย่างไรก็ได้ครับตามสะดวกให้มันอยู่ในสิ่งที่เราคิดไว้ อย่างน้องสตอรี่บอร์ดก็ยังไม่ต้องวาด แต่บทต้องมีก่อน เพราะสตอรี่บอร์ดไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่าบท เพราะบทคือความคิดครับ หากเรากลั่นกรองความคิดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ก็จะทำให้เราทำงานได้ตรงกับเป้าหมายนะครับ จำไว้นะครับน้องเรวิน (ไม่ต้องเรียกพี่ว่าอาจารย์นะกระดาก..อิอิ)
#14  by  ปอนปอน At 2007-10-08 17:42, 
พอดีแต่งไดใหม่น่ะค่ะ ขอบคุณที่ไปเม้นท์ให้นะคะ
#15  by  PerChiiz At 2007-10-08 17:43, 
ลืมบอกอีกอย่างนึง...
พี่ไม่ได้เรียนเก่ง
พี่ไม่ได้เกรดดี
พี่จบด้วยเกรดแค่ 2.7 เองนะจ๊ะ

มีบางเทอมเคยตกต่ำที่สุดได้แค่ 2.00 เองนะ

ถ้าพ่อแม่เข้าใจและเห็นความพยายามของเราเขาก็ไม่ว่าหรอก... แต่ถ้านั่งเล่นเกมส์ดูโทรทัศน์ไปวันๆ นั่นแหล่ะพ่อแม่น่าจะด่านะ พี่ว่า..... แต่บ้านน้องเรวินท์ขายต้นไม้อยู่แถวไหนอ่ะ..พี่ไปเชียงใหม่บ่อยๆ จะได้ไปซื้อต้นไม้ราคาได้ราคาถูกๆ แบบลดให้กระหน่ำใช่ป่ะ
#16  by  ปอนปอน At 2007-10-08 18:08, 
โอ๊ะๆๆ ความผิดผม บานปลาย

สรุปเอาตามที่อาจารย์ปอนสอนถูกต้องใช่ไหมละครับ คุณแพนด้า
งานบางอย่าง มันต้องทำเป็นขั้นตอน
จำไว้ จำไว้ๆๆ ครับๆ

ผมได้ครูดีๆๆที่นี้ตั้งหลายคน ขอบคุณนะครับ
-------------------------
ตอนนี้กำลังแพ๊คกระเป๋าแล้วครับ
จะไปขึ้นดอย ดอยอะไรยังไม่ได้ตกลงกันเลย
แต่พายุฝนมาอย่างงี้อ่ะ ผมล่ะไม่อยากไปเลยจิงๆ
#17  by  นายเรวิน!!! At 2007-10-08 18:32, 

<< Home